เมนู

คนกรุงเทพฯ แห่เช่าซื้อคอนโดมิเนียม หนีน้ำท่วม ยอดขายพุ่ง2เท่า

คอนโดมิเนียม

คนกรุงเทพ แห่เช่าซื้อคอนโดมิเนียม หนีน้ำท่วม


คนกรุง-ปริมณฑลแห่เช่าคอนโดมิเนียมหนีน้ำ ยอดความต้องการพุ่ง 1-2 เท่าตัว เน้นแนวคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ส่วนคนมีเงิน-ครอบครัวใหญ่อพยพไปหัวหินและพัทยา
นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้รับการติดต่อขอเช่าที่อยู่อาศัยระยะสั้น 1-2 เดือนจำนวนมาก เพื่อหนีน้ำที่ลามเข้าเขตกรุงเทพฯ ทำให้ความต้องการที่พักอาศัยชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากปกติราว 100-200% โดยทำเลที่ได้รับความนิยม ได้แก่ คอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า และระดับราคาเช่าที่ต้องการมากที่สุดอยู่ระหว่าง 8,000-15,000 บาทต่อเดือน ส่วนลูกค้ากลุ่มที่มีงบประมาณ และมีลักษณะเป็นครอบครัวใหญ่ จะย้ายที่พักชั่วคราวไปยังแถบหัวหิน พัทยา

ด้าน น.ส.ริษิณี สาริกบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ผู้ประสบภัยเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลได้ย้ายไปพักชั่วคราวตามคอนโดและบ้านพักในหัวหิน และพัทยา โดยระยะนี้มีลูกค้าติดต่อมาจำนวนมากที่ต้องการเช่าระยะสั้น 1-3 เดือน ซึ่งเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ขณะนี้มีอัตราเข้าพักอยู่ที่ 90-92% คาดว่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใหม่ นอกจากนี้ จากการสำรวจ พบว่า อพาร์ตเมนท์ให้เช่าในจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ อย่าง จ.ชลบุรี พัทยา และระยอง ก็มีการเข้าพักเต็ม

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด แถลงผลประเมินที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ว่าจำนวนที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแล้วทั้งหมด และอยู่ในมือของประชาชนผู้ซื้อบ้านในพื้นที่น้ำท่วม มีจำนวนทั้งสิ้น 329,569 หน่วย ในจำนวนนี้เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ คือบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว (ยกเว้นคอนโดมิเนียม) มีรวมกัน 295,439 หน่วย จาก 1,467 โครงการ รวมมูลค่าถึง 726,161 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหน่วยละ 2.458 ล้านบาท

ขณะนี้มีที่อยู่อาศัยในแนวราบ คือบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว (ยกเว้นคอนโดมิเนียม) ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมเป็นเงิน 51,436 ล้านบาท โดยประมาณว่า 85% ของบ้านในพื้นที่เหล่านี้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีที่อยู่อาศัยพื้นที่เสี่ยงอีก 958 โครงการ จำนวน 166,225 หน่วย รวมมูลค่า 421,809 ล้านบาท
“ในพื้นที่เสี่ยงนี้ หากรัฐบาลไม่อาจป้องกันไว้ได้ความเสียหายจะอยู่ที่ 65% ของบ้านแนวราบทั้งหมด ความเสียหายในส่วนนี้จะเป็นเงิน 22,848 ล้านบาท ดังนั้น คาดว่าความเสียหายสำหรับบ้านเรือนของประชาชนในเขต กทม.และปริมณฑลโดยรวม อาจเป็นเงินถึง 74,284 ล้านบาท และหากท่วมทุกพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล ความเสียหายคงมากเกินกว่าจะประเมินค่าได้” นายโสภณ กล่าว

คุณคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ ?

Advertorial

ดูทั้งหมด

โพสต์ล่าสุดในหมวด ข่าวและกิจกรรม


โพสต์ล่าสุด