เมนู

ทาสีบ้านเกรดพรีเมียม ต้องใช้งบเท่าไหร่ มาคำนวณกัน

เลือกสีทาภายนอก ยี่ห้อไหนดี

เลือกสีทาภายนอก แบบไหนถึงคุ้ม

แนวคิดการเลือกวัสดุก่อสร้างที่บ้านไอเดียพยายามนำเสนอมาโดยตลอด คือการเลือกซื้อวัสดุที่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าในระยะยาวมิใช่เลือกที่ราคา ด้วยเหตุผลที่ว่า วัสดุที่มีราคาถูกโดยส่วนใหญ่แล้วมักมีคุณภาพต่ำกว่าวัสดุที่มีราคาสูง เพราะเมื่อเทียบคุณสมบัติในการใช้งาน อายุการใช้งานรวมทั้งผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่เจ้าของบ้านได้รับ วัสดุเกรดพรีเมียมที่มีราคาสูงในตอนต้น มักให้ความคุ้มค่าในระยะยาว ภาพรวมของการเลือกซื้อวัสดุเกรดพรีเมียมจึงเกิดความคุ้มค่ากว่าวัสดุเกรดทั่วไปมากครับ

เนื้อหานี้จึงขอยกตัวอย่างสีทาบ้าน โดยในตัวอย่างนี้คำนวณโดย สี TOA รุ่น Supershield สำหรับทาภายนอก โดยนำมาคำนวณร่วมกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตร.ม. เพื่อให้ผู้อ่านสามารถคำนวณราคาสีทาบ้านเกรดพรีเมียมพร้อมกับบริการทาสีได้เลยครับ

ออกแบบ : ปันแปลน
ผู้เขียน : อภิสิทธิ์ สุธาประดิษฐ์

เลือกโค้ดสี ทาภายนอก

ตัวอย่างบ้านหลังนี้ บ้านของคุณพงศ์ปราชญ์ จ.เชียงใหม่ ออกแบบโดย บริษัท ปันแปลน จำกัด ลักษณะบ้าน 2 ชั้นขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตร.ม. แต่การคำนวณสีสำหรับงานทาผนังภายนอก จะไม่ได้อิงกับพื้นที่ใช้สอยของบ้านครับ โดยจะวัดขนาดพื้นที่ผนังภายนอกทั้งหมด ทั้งบริเวณผนัง เสา คานและจุดใด ๆ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับพื้นที่ภายนอก ตัวอย่างบ้านหลังนี้เมื่อหักลบพื้นที่ประตู หน้าต่างและบานเปิดต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ผนังก่ออิฐแล้ว จะเหลือพื้นที่ผนังบ้านภายนอกประมาณ 300 ตร.ม. เท่านั้น

ความพิเศษของสี TOA Supershield

ภายในแคตตาล็อกสี TOA ได้แจ้งคุณสมบัติไว้ว่าเป็นสีน้ำอะคริลิกแท้ 100% เกรดอัลตร้าพรีเมี่ยม (ยิ่งกว่าพรีเมียมอีกนะเนี่ย!) โดยมีคุณสมบัติยึดเกาะผิวดีเยี่ยม ป้องกันสีลอกเป็นฝุ่นผง ป้องกันการกัดกร่อนจากมลภาวะเป็นพิษ ทนทานต่อการขัดถู ป้องกันคราบด่างและเกลือ ป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ นอกจากนี้สี TOA Supershield ยังมีการเคลือบสีถึง 3 ชั้น ช่วยให้ฟิล์มสีมีความแข็งแกร่งสามารถปกป้องบ้านของเราได้มากกว่าเกรดสีทั่วไปถึง 3 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Triple Titanium Protection จากประเทศสหรัฐอเมริกา และสีสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ ด้วยเทคโนโลยี Self-Cleaning Technology ทำให้บ้านดูใหม่อยู่เสมอ ซึ่งจะเหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้นฝนตกชุกอย่างประเทศไทยครับ เพราะอากาศที่มีความแปรปรวนบ่อย มักทำให้สีเสื่อมสภาพไวกว่าปกติ โดยทาง TOA รับประกันไว้ว่า สี Supershield สามารถคงทนสภาพเดิมได้ยาวนานถึง 15 ปี และเคยมีการพิสูจน์มาแล้วว่า ใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี สีไม่ลอกล่อน ผ่านการทดสอบความทนทานต่าง ๆ ท่ามกลางทะเลทรายที่รัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกาโดย Dupont

และนอกจากความทนทานของสีแล้ว สีเกรดพรีเมียมมักจะมีการเคลือบสารสะท้อนความร้อนมาให้ด้วยครับ โดยสี TOA Supershield ได้รับมาตรฐาน ASTM E424 จากสหรัฐอเมริกา ช่วยสะท้อนความร้อนได้สูงถึง 96.7% ทั้งรังสี UV และ Infrared การสะท้อนความร้อนจะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้อีกชั้น สีเกรดพรีเมียมจึงไม่ได้ช่วยแค่ด้านความคงทนสวยใหม่อยู่เสมอ แต่ยังช่วยลดค่าไฟฟ้ารายเดือนได้อีกด้วย ลองคิดกันดูเล่น ๆ ว่า หากสีช่วยให้บ้านของเราประหยัดพลังงานประมาณ 10- 20% เมื่อคำนวณระยะเวลา 10-20 ปี ส่วนต่างของค่าไฟฟ้าจะเป็นเงินเท่าไหร่ เช่น ค่าไฟปกติบ้านผู้เขียนเองเดือนละ 2,000 บาท คำนวณแบบน้อย ๆ สมมุติลดค่าไฟได้ประมาณ 5% เท่ากับเดือนละ 100 บาท และหากคิดรวม 15 ปี ตามที่ TOA รับประกันไว้ จะสามารถลดค่าไฟได้มากถึง 18,000 บาท ซึ่งการใช้งานสีจะยังยืดอายุมากกว่ารับประกันอีกด้วยครับ

สำหรับคุณสมบัติและมาตรฐานที่ได้รับรางวัลอื่น ๆ ผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ : www.toagroup.com

วิธีคำนวณค่าสีและค่าทาสีเบื้องต้น

การทาสีภายนอกแบ่งค่าใช้จ่ายเป็น 3 ส่วนครับ สีรองพื้น, สีทาภายนอก, และค่าแรงทาสี เบื้องต้นทีมงานได้เข้าเช็คราคาสีในเว็บไซต์โฮมโปร เนื้อหานี้จึงขอเทียบราคาเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 หากผู้อ่านต้องการคำนวณราคาสีจริงแนะนำให้ตรวจเช็คราคาสีอีกครั้งครับ

สีภายนอก TOA ดีไหม

สีรองพื้น มีขายเป็นถังขนาดใหญ่ ในตัวอย่างรายการสินค้า สีรองพื้นปูนใหม่ Supershield ขนาด 5 แกลลอน ราคา 3,149 บาท โดยในข้อมูลสีแจ้งไว้ว่า สามารถทารองพื้นได้ประมาณ 160-190 ตร.ม. บ้านในตัวอย่างเนื้อหานี้มีพื้นที่ผนังภายอกน 300 ตร.ม. จึงขอคำนวณสีรองพื้นไว้เบื้องต้นประมาณ 2 ถังครับ รวมเป็นเงินประมาณ 6,300 บาท

สีทาภายนอก ขอเลือกรุ่น TOA Supershield Advance Base C ชนิดกึ่งเงา ซึ่งความกึ่งเงานี้จะช่วยสะท้อนความร้อนและช่วยทำความสะอาดสีได้ง่ายกว่าชนิดด้าน แต่หากเงามากเกินไปอาจจะไม่เหมาะกับบ้านพักอาศัย โดยสีในตัวอย่างนี้เป็นสีตั้งต้นมีให้เลือก 4 Base (A,B,C,D) แต่ละ Base จะเหมาะกับโทนสีที่แตกต่างกัน ตอนซื้อจริงจะต้องผสมสีร่วมกับแม่สีตามสีที่ต้องการอีกครั้ง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการผสมสีเพิ่มเติมครับ โดยตัวอย่างเนื้อหานี้ ขอประมาณคร่าว ๆ ค่าสีตั้งต้นและแม่สี รวมทั้งการผสมสีรวมแล้วถังละ 2,000 บาท สามารถทาได้ถังละประมาณ 35 ตร.ม. ซึ่งปกติสีทาภายนอกจะทาทับ 2 ชั้น เฉลี่ยแล้ว 35 ตร.ม. ใช้งบ 4,000 บาท ผนังบ้าน 300 ตร.ม. รวมเป็นเงินประมาณ 35,000 บาท

ค่าช่างทาสีภายนอก ค่าแรงจะขึ้นอยู่กับแต่ละที่ครับ เฉลี่ยประมาณ 50-80 บาท/ตร.ม. ขอประมาณกลาง ๆ ตารางเมตรละ 60 บาท รวมเป็นเงินประมาณ​ 18,000 บาท


สรุปค่าใช้จ่ายในการทาสีภายนอกผนังบ้าน 300 ตร.ม.

สีรองพื้น 6,300 บาท + สีทาภายนอก 35,000 บาท + ค่าแรง 18,000 บาท = 59,300 บาท


สีทาบ้าน ภายนอก ค่าแรงเท่าไหร่

ทำไมสีเกรดพรีเมียมจึงคุ้มกว่า

หากเปรียบเทียบกับสีเกรดทั่วไป ราคาจะแตกต่างกันเฉพาะสีทาภายนอก ส่วนสีรองพื้นและค่าแรงทาสีจะเท่ากันครับ ยกตัวอย่างคร่าว ๆ สมมุติสีเกรดทั่วไป ต้นทุนสีทาภายนอกบ้านหลังนี้ประมาณ 20,000 บาท รวมสีรองพื้นและค่าแรงแล้วประมาณ 44,300 บาท แต่เจ้าของบ้านจะได้สีคุณภาพด้อยลง เสื่อมสภาพไวกว่า สมมุติสีทั่วไปใช้งานได้ 10 ปี ส่วนสีเกรดพรีเมียมใช้งานได้ 20 ปี หากนำค่าใช้จ่ายรวม 20 ปี มาเปรียบเทียบกัน สีเกรดพรีเมียมใช้ต้นทุน 5,9300 บาท สีทั่วไปใช้ต้นทุนมากถึง 88,600 บาท นี่ยังไม่รวมค่าแรงช่างที่สูงขึ้นตามเงินเฟ้อ ยังไม่รวมค่าขัดสีเก่าออกและสีรองพื้นสำหรับสีเก่าจะแพงกว่าสีรองพื้นสำหรับสีใหม่ด้วยครับ และยังไม่รวมส่วนต่างอื่น ๆ ที่ได้รับเมื่อทาสีเกรดพรีเมียม ทั้งความสวยงามและการป้องกันความร้อน ดังนั้น หากเป็นการทาสีบ้านสำหรับบ้านพักอาศัยของผู้อ่านเอง เป็นบ้านพักที่ต้องอยู่ยาวนานหลักสิบปี การทาสีคุณภาพดีไปเลย ย่อมได้ความคุ้มค่าและต้นทุนที่ถูกกว่ากันมากในระยะยาวครับ

สรุปค่าใช้จ่าย สีทาภายนอกทั่วไป VS สีทาภายนอกเกรดพรีเมียม
คุณภาพสี ระยะ 10 ปีแรก ระยะ 20 ปี (ซ่อมแซม) ประหยัดค่าไฟ (20ปี) รวมค่าใช้จ่าย 20 ปี
สีเกรดทั่วไป 44,300 44,300 88,600
สีเกรดพรีเมียม 59,300 –  24,000 35,300
หมายเหตุ  : ตัวอย่างเปรียบเทียบคำนวณจากพื้นที่ทาสีภายนอก 300 ตร.ม. โดยมีคิดค่าไฟฟ้าปกติเฉลี่ยเดือนละ 2,000 บาท และสีพรีเมียมสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าประมาณ 5% ต่อเดือน

คุณคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ ?

Advertorial

ดูทั้งหมด

โพสต์ล่าสุดในหมวด สีทาบ้าน


โพสต์ล่าสุด