เมนู

จ่ายเงินค่าเช่า VS เอาเงินไปซื้อผ่อนบ้าน เลือกวิธีไหน ?

เช่าบ้าน VS ผ่อนซื้อ

คุณเหมาะที่จะซื้อบ้านแล้วหรือยัง

บ้านและคอนโดมิเนียม เป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนจำเป็นต้องมี บางท่านอาจมีเป็นของตนเองแล้ว บางท่านอาจมีด้วยการเช่าต่อจากผู้อื่น และบางท่านอาจกำลังมองหาช่องทางเพื่อให้ถึงเป้าหมายของการมีบ้านเป็นของตนเอง ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาบ่อยครั้ง กับการเปรียบเทียบระหว่าง “นำเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้าน หรือนำเงินไปจ่ายค่าผ่อนบ้าน แบบไหนจะดีกว่ากัน” เพราะดู ๆ แล้วค่าเช่ากับค่าผ่อนมีความใกล้เคียงกันมาก ทำให้ยากต่อการตัดสินใจ

ผู้เขียน : อภิสิทธิ์ สุธาประดิษฐ์

สำหรับผู้อ่านที่จ่ายค่าเช่าบ้านมาหลายปี เชื่อได้ว่าคงต้องมีประเด็นเหล่านี้แว๊บเข้ามาให้ขบคิดกันบ่อยครั้ง เพราะทุก ๆ ครั้งที่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านไป ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หากนำเงินดังกล่าวไปผ่อนธนาคารจะได้มีบ้านเป็นของตนเอง ไม่ต้องผ่อนสูญเปล่าไปแต่ละเดือน ก่อนจะดูคำตอบว่าเลือกทางไหนดีกว่ากัน บ้านไอเดียขอสรุปให้เห็นข้อดีของการเช่าบ้านกันก่อนครับ

4 ข้อดี เช่าบ้านอาจดีกว่าผ่อนซื้อ

1 เปลี่ยนทำเลได้

ข้อนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะท่านที่ยังอยู่ในกระบวนการค้นหาตนเอง หรือเป็นคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นวัยทำงาน โดยปกติแล้วการเลือกที่อยู่อาศัยจะนิยมเลือกใกล้สถานที่ทำงาน แต่หากการงานของเรายังไม่มั่นคง ยังไม่รู้แน่ชัดว่าชีวิตนี้จะตกลงปลงใจกับองค์กรไหนไปจนถึงวัยเกษียณ จึงมีโอกาสย้ายงานใหม่อยู่เสมอ การอยู่บ้านเช่าทำให้เรากล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองได้ทันที ย้ายที่อยู่ใหม่ได้เสมอหลังจากหมดสัญญาเช่า แต่หากซื้อบ้านไปแล้ว การย้ายบ้านเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่ากันมาก และหากเลือกแปลงไม่ดี ทำเลไม่สวย อาจยากที่จะขายออก

2. ประหยัดค่าเดินทาง ค่าครองชีพ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น โดยปกติการหาที่อยู่อาศัย นิยมหาใกล้ ๆ สถานที่ทำงาน ยิ่งใกล้จะยิ่งช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งโดยปกติสำนักงานต่าง ๆ มักเปิดทำการในย่านชุมชนที่เจริญแล้ว สามารถหากินได้สะดวก จึงทำให้มีตัวเลือกในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้ประหยัดไปได้เยอะครับ ในทางกลับกัน หากต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ โดยปกติเหตุผลของราคาจะบังคับให้ต้องเลือกโซนไกล ๆ แทน เพราะหากเป็นโซนชุมชนใกล้ที่ทำงาน ราคาสูงยากเกินจะเอื้อมถึง

3. ภาระค่าดูแลไม่มี

การมีบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งนานวันข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ของบ้าน ค่อย ๆ ทรุดโทรมลงไป หรือแม้แต่ของใช้บางอย่างอาจมีค่าบำรุงรักษาประจำปี เช่น แอร์ต้องล้างทำความสะอาดอยู่เสมอ หรือหากมีส่วนใดขัดข้อง ชำรุด นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึง สำหรับบ้านเช่า ผู้เช่าไม่ต้องรับภาระเหล่านี้ เพราะหากมีส่วนใดชำรุดที่เกิดจากความเสื่อมอายุของสิ่งนั้น ๆ เอง ภาระนี้ เป็นภาระของผู้ให้เช่าครับ

4. ใหม่อยู่เสมอ

หากเป็นบ้านของเราเอง อาจมีบ้างบางครั้งที่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยต่อการปรับปรุงบ้าน แต่สำหรับบ้านเช่า ผู้ให้เช่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงบ้านให้ดูใหม่และน่าอยู่เสมอ มิเช่นนั้นจะส่งผลให้ไม่สามารถปล่อยเช่าได้ การอยู่บ้านเช่าจึงได้อยู่บ้านใหม่เสมอ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วยครับ


ประโยคยอดฮิตกับคำกล่าวที่ว่า “ผ่อนซื้อ ดีกว่า เช่า” เป็นคำกล่าวที่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก เพราะทั้ง 2 ทางเลือกนี้ ไม่มีด้านไหนที่ดีกว่ากันทั้งหมด มีแต่เหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร อย่าลืมว่า ผ่อน เราต้องผ่อนไปอีกยาวนาน โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมผ่อนยาว 30 ปี และปีแรก ๆ แทบจะไม่ได้ผ่อนเงินต้นกันเลยครับ ส่วนใหญ่ที่จ่ายไป เป็นค่าดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น เงินที่จ่ายค่าผ่อนบ้านรายเดือน จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับค่าเช่าได้เลย แต่ที่เขียนมานี้ ไม่ได้หมายความว่า การซื้อบ้านนั้นไม่ดีนะครับ เพียงแต่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านได้ทบทวนอย่างรอบคอบอีกครั้ง ว่าตัวเรานี้เหมาะกับการซื้อบ้านแล้วหรือยัง 


คุณสมบัติแบบไหน เหมาะกับซื้อบ้าน

1. มีเงินเก็บ 1 ใน 3 ของราคาบ้าน

แม้ปัจจุบันธนาคารจะให้กู้ซื้อบ้าน 100% ได้ แต่นั่นหมายถึงระยะทางการผ่อนอีกยาวไกล มีความเสี่ยงสูงมากที่อาจผ่อนไม่จบ บ้านที่ถูกยึดจึงมีให้เห็นมากมายในยุคปัจจุบัน ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านจึงจำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนสำรอง เผื่อไว้ในยามฉุกเฉิน เพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยบานปลาย

เงินเก็บที่แนะนำให้มี คือ 1 ใน 3 ของราคาบ้านครับ ตัวอย่าง หากต้องการซื้อบ้านหลังละ 3 ล้าน ควรมีเงินเก็บสำรองไว้ 1 ล้านบาทโดยประมาณ

2. ทดลองผ่อน 1 ปี แล้วผ่าน

เทคนิคนี้ผู้เขียนเคยแนะนำหลาย ๆ ท่านให้นำไปใช้ เป็นเทคนิคที่ได้ผลดีมากกว่าที่คิด เพราะเมื่อได้เริ่มทดลองผ่อนโดยการนำเงินค่างวดไปฝากธนาคารทุก ๆ เดือน ผลที่ได้คือ เราจะมีวินัยทางการเงินติดตัวมาโดยอัตโนมัติ และผลพวงทางอ้อม คือการได้เงินก้อน ไว้สำหรับดาวน์บ้าน ช่วยให้ค่างวดลดลงไปเยอะเลยครับ เพราะการดาวน์มากขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยลดลงไปได้มาก เช่น หากผู้อ่านต้องการซื้อบ้านหลังละ 3 ล้านบาท ผ่อนชำระ 30 ปี ต้องชำระค่าผ่อนบ้านเดือนละ 17,000 บาทโดยประมาณ ผ่านไป 1 ปี จะมีเงินสดเพิ่มขึ้น 2 แสนบาทโดยประมาณครับ

3. มีนิสัยเป็นนักลงทุนในอสังหาฯ

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เนื้อหาชุดนี้ไม่ได้ต้องการบอกว่า การซื้อบ้านไม่ดีครับ ดีแต่ต้องซื้อให้เป็นและต้องเข้าใจสภาพคล่องทางการเงินของเราเอง สำหรับท่านที่ชอบลงทุน บ้านและคอนโดเป็นอีกหนึ่งพอร์ตการลงทุนที่น่าสนใจมาก แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เลือกทำเลเก่ง สามารถวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนได้

เพื่อนในวงการอสังหาฯของผู้เขียนเอง หลาย ๆ ท่านมีบ้านและคอนโดปล่อยเช่า แต่ในขณะเดียวกันตัวเขาเองเช่าบ้านของผู้อื่นอยู่ด้วย นั่นเป็นเพราะพวกเขาเลือกที่จะอยู่ในโซนที่เขาต้องการ และเลือกที่จะซื้อเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะนั่นเองครับ

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 3 ข้อนี้ ผู้เขียนไม่ได้พูดถึงรายได้ประจำเลย เพราะรายได้ประจำไม่สามารถชี้วัดได้ว่าจะสามารถผ่อนบ้านจนจบได้ แต่ความมีวินัยทางการเงิน และการรู้จักออมเงินสำรองในยามฉุกเฉิน รวมทั้งการรู้จักวิเคราะห์ทำเล รู้จักเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยที่สำคัญกว่ากันมากครับ เพราะหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ความมีวินัยและเงินสำรองจะช่วยประคับประคองให้เราสามารถผ่อนต่อไปได้ หรือหากแย่ที่สุดจำเป็นต้องขาย การเลือกซื้อบ้านในทำเลที่ดี เลือกแปลงที่สวย ย่อมขายออกได้ง่ายและได้ราคาดีกว่าบ้านทั่ว ๆ ไปครับ

ติดตามอ่านเรื่องราวอื่น ๆ ได้ที่

fb : Abhisit Suthapradit

คุณคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ ?

Advertorial

ดูทั้งหมด

โพสต์ล่าสุดในหมวด อสังหาฯ พาเพลิน


โพสต์ล่าสุด