แสดงผลมากว่า 4.5 ล้านครั้ง/เดือน ติดต่อโฆษณา

5 ขั้นตอนล้างแอร์บ้าน จ้างช่างหรือล้างเองดี

  เมื่อ: July 5th, 2017 หมวด ความรู้ คู่บ้าน
จำนวนผู้เข้าชม 8,154 + ครั้ง

ล้างแอร์บ้าน

5 ขั้นตอนล้างแอร์บ้าน ล้างเองหรือจ้างช่างดี

ทราบกันหรือไม่ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินพลังงานสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของแต่ละบ้าน คือ แอร์ บ้านไหนก็ตามที่ติดตั้งแอร์และเปิดใช้งานบ่อย ๆ ค่าไฟย่อมสูงขึ้นกว่าปกติเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะแอร์ที่เก่า, สกปรก ขาดการบำรุงรักษามานานยิ่งกินค่าไฟสูงมากกว่าปกติ เพราะหากไม่ดูแลรักษา ไม่ล้างทำความสะอาด ประสิทธิภาพของแอร์ย่อมถูกลดลงไป ส่งผลให้แอร์ทำงานหนักมากกว่าเดิมพร้อมกับให้ความเย็นน้อยกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

เนื้อหาชุดนี้ “บ้านไอเดีย” ชวนผู้อ่านมาทำความสะอาดล้างแอร์ เพื่อให้แอร์ที่บ้านกลับมาเย็นไว เย็นฉ่ำกันอีกครั้ง แต่จะล้างเองหรือเรียกช่างแอร์มาล้างให้ดี ให้เนื้อหาชุดนี้ไว้พิจารณาคำตอบกันครับ

เนื้อหา : บ้านไอเดีย
ภาพ : อภิสิทธิ์ สุธาประดิษฐ์

เดือนที่ผ่านมาผู้เขียนคิดไว้ว่าจะฝึกล้างแอร์ด้วยตนเอง จากที่ปีก่อน ๆ ให้ช่างทำให้ตลอด แต่ด้วยภาระงานที่แน่นจึงผลัดวันประกันพรุ่งมายาวนาน วันแล้ว วันเล่า ไม่ได้เริ่มลงมือเสียที จึงจำยอมโทรไปนัดช่างให้มาล้างแอร์ พร้อมกับถือโอกาสรอบนี้ขอช่างนั่งดูการทำงาน (เผื่อว่ารอบหน้าจะล้างเองเป็น)

โดยปกติปีก่อน ๆ ขณะที่ช่างมาล้างแอร์จะไม่อยู่บ้านจึงคิดไปเองว่าจะเป็นเรื่องง่าย ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำเองได้ เมื่อถึงวันที่ช่างนัดเข้ามาล้างแอร์ที่บ้านสิ่งแรกที่เห็นคืออุปกรณ์เยอะแยะมากมาย เริ่มจาก สายยาง, น้ำยางล้างแอร์, ผ้าใบล้างแอร์, ถังน้ำ, เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง, บันได และอุปกรณ์ช่างอื่น ๆ ที่จำเป็นในการแกะล้างทำความสะอาด มาถึงช่างไม่รอช้าเริ่มล้างแอร์ตามห้องต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนล้างแอร์

ขั้นตอนที่ 1 ช่างทำการถอดฝาแอร์ทุก ๆ ด้านออกเหลือเฉพาะชิ้นส่วนภายใน กระบวนการถอดนั้นไวมาก แอบคิดในใจหากถอดเองคงจะใช้เวลาหลายนาทีเลย

ขั้นตอนที่ 2 ช่างทำการคลุมผ้าในส่วนต่าง ๆ บนบริเวณใต้แอร์เพื่อป้องกันรอยเปื้อนที่อาจหยดลงพื้นห้อง พร้อมกับสวมผ้าใบสำหรับล้างแอร์เข้ากับแอร์ของเรา ผู้เขียนลองค้นหาราคาผ้าใบสำหรับล้างแอร์มีเริ่มต้นประมาณ 500 บาท

ขั้นตอนที่ 3 ฉีดล้างทำความสะอาดด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ในขั้นตอนนี้ช่างทำการฉีดล้วงลึกและละเอียดมาก หากผู้เขียนทำเองคงไม่กล้าฉีดหนักขนาดนี้เพราะกลัวแอร์จะพัง (ราคาเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หากเป็นรุ่นทั่วไป ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,500 บาท) ขณะฉีด น้ำสกปรกจะไหลลงผ้าใบ ไม่ส่งผลให้ห้องของเราเปื้อนเลยครับ ผู้เขียนแอบดูในถังน้ำ น้ำที่ไหลลงมาดำน่ากลัวมากครับ

ขั้นตอนที่ 4 หลังจากฉีดด้วยน้ำแรงดันสูงแล้ว ช่างทำการฉีดด้วยสเปรย์โฟมสำหรับทำความสะอาดแอร์โดยเฉพาะ (ราคาประมาณ 300 บาท/กระป๋อง)

ขั้นตอนที่ 5 ระหว่างที่ช่างคนแรกกำลังล้างแอร์ภายในห้อง แอบเห็นช่างอีกคนโผล่ไปนอกหน้าต่างหลังคาชั้น 2 ของบ้าน ขึ้นไปเพื่อทำความสะอาดคอมเพรสเซอร์แอร์ ทั้งเช็ด ถู ฉีดทำความสะอาดฝุ่น

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที/เครื่อง หลังจากล้างทำความสะอาดเสร็จแล้ว ทำการประกอบฝาแอร์เข้าที่เดิม พร้อมเปิดทดสอบการทำงานของแอร์ที่เย็นฉ่ำ บ้านผู้เขียนมีแอร์ทั้งหมด 4 เครื่อง ค่าใช้จ่ายในการล้างแอร์รวม 1,200 บาท (เครื่องละ 300 บาท) ระยะเวลาในการล้างแอร์รวมแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง

หลังจากได้นั่งดูการทำงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด สิ่งนี้ช่วยให้ผู้เขียนกล้าที่จะล้างแอร์ด้วยตนเอง ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถ แต่ช่างน่าจะทำได้สะอาดกว่า ไวกว่าและอุปกรณ์พร้อมกว่า หากต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่มาทำเองทั้งหมด รวมแล้วประมาณ 3,500 – 4,000 บาท ซึ่งต้องล้างแอร์ประมาณ 3-4 รอบขึ้นไปถึงจะคุ้มกับค่าอุปกรณ์ หรือหากบ้านไหนติดตั้งแอร์เพียงตัวเดียวต้องล้างถึง 10 ครั้งถึงจะคืนทุน ซึ่งโดยปกติการล้างแอร์จะล้างปีละ 1-2 ครั้ง หากมีแอร์เครื่องเดียวต้องใช้ระยะเวลา 5-10 ปี ถึงจะคืนทุนและอุปกรณ์เหล่านี้อาจจะพังไปก่อนก็เป็นได้

สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นอาจไม่ใช่ต้นทุนอุปกรณ์ แต่เป็นการได้ช่วยน้อง ๆ ช่างแอร์ ให้ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับเจ้าของบ้านที่ไม่ต้องเหนื่อยและเสี่ยง เพียงนอนรอความเย็นสบายให้น้อง ๆ ที่ชำนาญกว่าได้ทำงานกัน สรุปแล้ว โดยส่วนตัวผู้เขียนเองจ้างช่างดีกว่าและคุ้มกว่าครับ แต่หากผู้อ่านท่านไหนอยากทำเองก็สามารถทำด้วยตนเองได้ไม่ยาก ลองดูครับ ^_^

บทความโดย © : banidea.com

ชมไอเดีย  ความรู้ คู่บ้าน  ทั้งหมด

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

คุณรู้สึกอย่างไรกับสิ่งนี้ แสดงความคิดเห็น