เมนู

จัดห้องนอนให้ปลอดไรฝุ่น โบกมือลาจากโรคภูมิแพ้

วิธีกำจัดไรฝุ่น

ห้องนอนปลอดไรฝุ่น สำหรับผู้เป็นภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป ทั้งอาการไอ จาม เป็นหวัดบ่อย มีผื่นขึ้นตามตัว บางคนตื่นเช้ามาแล้วตาบ่วมตุ่ย แน่นอนว่าอาการเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้ประสิทธิภาพในการเรียน การงาน ลดน้อยลงไป อาการภูมิแพ้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอากาศ ฝุ่นควันจากภายนอก สารเคมี แต่ที่มีผลกระทบมากที่สุดคือบ้านของเราเอง โดยเฉพาะภายในห้องนอนที่ต้องอยู่อาศัยนานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

ห้องนอนเป็นจุดที่สะสมฝุ่นได้มากกว่าห้องอื่น ๆ จากชุดเครื่องนอน ผ้าเช็ดตัว โต๊ะเครื่องแป้ง ผ้าม่าน ทำให้มีไรฝุ่นเติบโตอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมูลและโปรตีนจากตัวไรฝุ่นนี่เองที่เป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างดี หากผิวหนังของเราไปสัมผัสตัวไรฝุ่นที่ตายแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ทำให้เกิดอาการบวมและระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ “ไรฝุ่น” จึงเป็นภัยใกล้ตัวที่ควรกำจัดออกไปให้หลงเหลือในห้องนอนน้อยที่สุด สำหรับเนื้อหาชุดนี้ บ้านไอเดีย นำ 10 แนวทางในการจัดบ้าน ที่ไม่เพียงแค่กำจัดไรฝุ่น แต่เป็นการป้องกันไปถึงสาเหตุของการเกิดไรฝุ่น ช่วยให้ห้องนอนของเราปลอดฝุ่นได้อย่างยั่งยืนครับ

สนับสนุนโดย : Home Service by Homepro

วิธีกำจัดไรฝุ่น

10 เคล็ดลับห้องนอนปลอดไรฝุ่น

1. ของยิ่งน้อยชิ้น ฝุ่นในห้องยิ่งน้อยลง

ข้อนี้อาจจะไม่ถูกใจนักสะสมตัวยง ที่ชื่นชอบการสะสมของเท่าไหร่นัก แต่หากผู้อ่านเป็นโรคภูมิแพ้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะย้ายของสะสมเหล่านี้ไปไว้ในห้องอื่น ๆ เพราะห้องนอนที่มีของใช้ ของตกแต่งมากชิ้นก็จะมีจุดสะสมฝุ่นมากขึ้น ภายในห้องนอนจึงควรมีเฉพาะเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการนอนเท่านั้น มุ่งเน้นการออกแบบฟังก์ชันต่าง ๆ เพื่อการนอนอย่างแท้จริง ส่วนฟังก์ชันการใช้งานอื่น ควรแยกไปไว้ในห้องอื่นแทนครับ

วิธีกำจัดไรฝุ่นในห้องนอน

2. เลือกวัสดุปูพื้นห้องให้เหมาะสม

พื้นห้องเป็นส่วนที่มีพื้นที่มากที่สุด หากใช้วัสดุปูพื้นที่มีคุณสมบัติเก็บกักฝุ่นได้มากก็เท่ากับเพิ่มสารก่อภูมิแพ้ให้ห้องได้หลายเท่าตัว วัสดุที่ควรเลือกใช้เป็นวัสดุที่มีผิวเรียบ มันวาว เช็ดทำความสะอาดง่าย อาทิ กระเบื้องเซรามิก, ไม้แท้, ลามิเนต, กระเบื้องยาง วัสดุเหล่านี้ช่วยให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ก่อให้เกิดไรฝุ่นน้อย และควรเลี่ยงใช้วัสดุปูพื้นที่ก่อให้เกิดฝุ่นหรือกักเก็บฝุ่น อาทิ พื้นพรม หรือพื้นคอนกรีตทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการขัดมัน

3. เลือกชนิดผ้าม่าน ชุดเครื่องนอนป้องกันไรฝุ่น

ผ้าม่านเป็นส่วนอยู่ติดกับช่องหน้าต่างทำให้สัมผัสกับลม ฝุ่น ควัน ได้มาก และมักถูกละเลยการถอดออกไปซักล้าง ทำให้เป็นวัสดุที่เก็บฝุ่นมากที่สุดได้เช่นกัน การเลือกชนิดผ้าม่านควรเลือกแบบที่ถอดซัก เช็ดได้ หรือไม่อมฝุ่น เช่น ม่านม้วน ม่านตาไก่ ม่านมู่ลี่อลูมิเนียม เป็นต้น ทั้งนี้กรรมวิธีในการผลิตผ้าอาจมีสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เมื่อเราสัมผัส จึงควรมองหาสัญลักษณ์ Smart Fabric ที่ได้รับรองจากสถาบันอุตสาหกรรมพัฒนาสิ่งทอว่าเป็นผ้าที่ได้มาตรฐาน หรือผ้าที่มีคุณสมบัติ Allergy Care

สำหรับชุดเครื่องนอน ฟูก ผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้ารองกันเปื้อน ผ้าคลุมที่นอน ควรเลือกรุ่นที่ไม่อมฝุ่น เช่น หมอนและที่นอนยางพารา ผ้าคลุมและปลอกหมอนมีการเคลือบสารป้องกันไรฝุ่น เพื่อกันไม่ให้ไรฝุ่นต่างๆ มาโดนตัว ซึ่งปัจจุบันยังมีนวัตกรรมวัสดุไม่เก็บฝุ่นมาให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยพิเศษชนิดต่าง ๆ  วิธีการทอที่แน่นกว่าผ้าธรรมดาทำให้ไรฝุ่นเจาะทะลุไม่ได้ หรือวิธีที่ง่ายและประหยัดคือ การคลุมที่นอนด้วยหนังเทียม PVC ซึ่งกันไรฝุ่นได้เช่นกัน

4. เตียงนอนปิดทึบ VS เตียงนอนพื้นโปร่ง

อาจจะเรียกได้ว่า เป็นปัญหาของคนเลือกซื้อเตียงนอนก็ว่าได้ จะเลือกแบบใต้เตียงปิดทึบหรือแบบโปร่งดี ? ซึ่งเตียงนอนทั้ง 2 ลักษณะ มีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน กรณีเตียงปิดทึบ จะเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการทำความสะอาดบ่อยนัก ฐานเตียงนอนจะช่วยปิดกั้น ป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปสะสมใต้เตียง แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานนับปี ก็ไม่อาจรอดพ้นจากไร่ฝุ่นได้ และยากที่จะทำความสะอาด อีกทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาปลวก มอด หากเลือกใช้วัสดุชนิดไม้

เตียงนอนพื้นโปร่ง ระดับความสูงที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

ส่วนเตียงนอนพื้นโปร่ง ข้อดี คือ สามารถปัดกวาด เช็ดถูได้ง่าย แต่ใต้เตียงก็นับเป็นจุดสะสมฝุ่นชั้นเยี่ยม จึงเหมาะเฉพาะผู้ที่ขยันทำความสะอาดห้องเท่านั้น ทั้งนี้กรณีใต้เตียงโปร่ง ควรเลือกระดับความสูงที่พอเหมาะ เพราะหากต่ำเกินไปจะยากต่อการทำความสะอาด ตัวเลือกที่ดีที่สุดของผู้เป็นภูมิแพ้ จึงเหมาะกับใต้เตียงโปร่ง และขยันทำความสะอาดเป็นประจำครับ

5. แยกตู้เสื้อผ้าไว้นอกห้องนอน

วัสดุที่บรรจุด้วยเส้นใยมักเป็นถิ่นอาศัยที่ไรฝุ่นชอบอยู่ ตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเส้นใยหลากหลายชนิดและปิดมืดทึบเกือบตลอดทั้งวัน จึงเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยไรฝุ่น ทำให้เอื้อต่อการเจิรญเติบโตของไรฝุ่นได้ดีกว่าจุดอื่น ๆ หากมีพื้นที่มากพอแนะนำให้ควรทำห้องแต่งตัวแยกออกจากห้องนอนจะดีต่อสุขภาพมากกว่าครับ

6. ขจัดความชื้นในห้องนอน  

ความชื้นเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของไรฝุ่น และยังนำมาซึ่งเชื้อรา ซึ่งเป็นหนึ่งที่มาของการเกิดภูมิแพ้ได้เช่นกัน จึงไม่ควรตากผ้าชื้น ๆ ในห้องนอน รอบห้องต้องมีช่องแสงอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติทำได้ดีขึ้น กรณีที่มีห้องน้ำในห้องนอนต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งก่อความชื้น ควรออกแบบในลักษณะแยกส่วนเปียกส่วนแห้งออกจากกัน มีช่องทางระบายอากาศที่เหมาะสม หรือหากสังเกตเห็นว่าพื้นห้องน้ำแห้งช้า อาจติดตั้งเครื่องดูดอากาศเพื่อกระตุ้น ดูดความชื้นออกไปไวยิ่งขึ้น

7. ติดเครื่องปรับอากาศ ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น

เครื่องปรับอากาศช่วยลดระดับความชื้นและอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีส่วนลดการเติบโตของตัวไรฝุ่นได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของไรฝุ่น แต่ควรติดให้ถูกทิศทาง เช่น ไม่ควรติดตรงข้ามเตียง หรือตรงกับตำแหน่งการนอนมากเกินไป เพราะหากผิวโดนลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ร่างกายเจ็บป่วย ผิวแห้ง ระคายเคืองตา เกิดอาการภูมิแพ้ได้ง่าย จึงควรติดตั้งในตำแหน่งที่ลมไม่กระทบกับผู้นอนโดยตรงเท่านั้น

8. เปิดหน้าต่าง ทุก ๆ เช้า ให้อากาศถ่ายเท รับแสง

ข้อดีของการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องนอน จะช่วยลดระดับความชื้นและฟอกอากาศภายในห้องให้สะอาด แต่อย่างไรก็ตามไม่อาจสู้อากาศใหม่ ๆ และแสงแดดที่มาจากธรรมชาติได้ ทุก ๆ เช้าหลังจากตื่นนอน ควรเปิดม่าน เปิดหน้าต่างให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้แสงแดดและอากาศจากภายนอกถ่ายเทเข้าสู่ภายในห้อง แสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดไรฝุ่น และอากาศที่หมุนเวียนจะช่วยให้ภายในปลอดโปร่ง สดชื่นมากยิ่งข้ึนครับ

วิธีกำจัดไรฝุ่นในห้องนอน

9. ดูดฝุ่น เช็ดถู ซักชุดเครื่องนอนให้ถูกวิธี

การจัดห้อง เลือกใช้วัสดุและของใช้ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยลดอัตราการเกิดไรฝุ่น แต่อย่างไรก็ตามยังจำเป็นที่จะต้องหมั่นทำความสะอาด ดูดฝุ่น เช็ดถูอยู่เสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยห้องนอนผู้เป็นภูมิแพ้จะเหมาะกับการดูดฝุ่นมากกว่าการปัดกวาด เพราะการดูดฝุ่นจะช่วยป้องกันการฟุ้งกระจายได้ดีกว่าการปัดกวาดทั่วไป

ส่วนชุดเครื่องนอนให้หมั่นนำมาตากแดด ตากนานติดต่อกันประมาณ 5 ชั่วโมง จะทำให้ลดสภาวะการฟักตัวของไข่ไรฝุ่น อย่างไรก็ตามการซักชุดเครื่องนอนตามปกติทั่วไป เป็นเพียงการกำจัดไรฝุ่นและซากไรฝุ่นได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถฆ่าไรฝุ่นได้ เคล็ดลับในการซักแบบฆ่าไรฝุ่นคือ การใช้ความร้อนเข้าช่วย มีขั้นตอนง่าย ๆ เริ่มจากการรีดชุดเครื่องนอนทุกชิ้นก่อน จากนั้นนำไปแช่ในน้ำร้อนอุณหภูมิ 100 องศา ประมาณ 30 นาที แล้วซักด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารฆ่าไรฝุ่น

 

10. ดูดไรฝุ่นออกจากที่นอน ด้วยเครื่องดูดไรฝุ่น

สำหรับที่นอนเก่า ใช้งานมานานหลายปี แม้จะดูแลทำความสะอาดห้องเป็นประจำ แต่ก็ไม่อาจกำจัดไร่ฝุ่นออกไปทั้งหมดได้ โดยปกติตัวไรฝุ่นจะมีขนาดเล็กมาก มีขาถึง 8 ขา ทำให้การยึดเกาะกับเส้นใยยากต่อการกำจัดด้วยวิธีพื้นฐานทั่วไป จำเป็นต้องใช้เครื่องดูดไรฝุ่นโดยเฉพาะซึ่งปัจจุบันมีวางจำหน่าย หลายรุ่น หลายราคา ขึ้นอยู่กับคุณภาพในการกำจัดไรฝุ่น หรือเลือกใช้บริการจากมืออาชีพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้นครับ


ปิดท้ายเนื้อหาชุดนี้ บ้านไอเดีย นำโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลด 10% กับบริการกำจัดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อโรคในที่นอน โดยทีมงานมืออาชีพจาก Home Service By HomePro มาพร้อมกับเครื่องมือขั้นสูงที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำให้ห้องนอนของเราสะอาด ปราศจากไรฝุ่น ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างอยู่หมัด ผู้อ่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่แผนก Home Service ภายในโฮมโปรทุกสาขาใกล้บ้านได้เลยครับ

บริการดูดฝุ่นกำจัดไรฝุ่น

  พิเศษ !! เฉพาะผู้อ่านบ้านไอเดีย รับส่วนลด 10%  สำหรับบริการดูดไรฝุ่นที่นอน เพียงติดต่อที่หน้าเคาน์เตอร์ Home Service ภายในโฮมโปรสาขาที่ให้บริการ แล้วแจ้งว่า เว็บไซต์บ้านไอเดียแนะนำมา เท่านี้ก็รับส่วนลดไปทันที ตลอดทั้งเดือนตุลาคม 61 นี้เท่านั้!!

หมายเหตุ : โปรโมชั่นส่วนลด 10% เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ สาขาเชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต พัทยา ชลบุรี หัวหิน สมุย

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่

เว็บไซต์ : Homepro.co.th |แฟนเพจ : Home Service by HomePro 

Line : @homeproservice | Call Center : 1284

คุณคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ ?

Advertorial

ดูทั้งหมด

โพสต์ล่าสุดในหมวด Home Service by HomePro


โพสต์ล่าสุด