เมนู

กำจัด 7 จุดอ่อน ขอสินเชื่อบ้านอย่างไรไม่ให้โดนเท

ขอกู้บ้านให้ผ่านง่าย

สินเชื่อบ้าน

เรื่องต้องรู้ในการขอกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อที่ดิน

การเป็นเจ้าของบ้านสักหลังคือ รางวัลชีวิตที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สำหรับบางคนที่มีเงินสำรองไม่เพียงพอหรือไม่ต้องการใช้เงินสำรองที่มีอยู่มาใช้ การขอสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินมาช่วยแบ่งเบาอีกทาง ย่อมเป็นทางออกที่คุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ทราบกันหรือไม่ว่า จากสถิติการขอสินเชื่อบ้าน พบว่า ตัวเลขของการอนุมัติสินเชื่อผ่านมีประมาณ 40% เท่านั้น นั่นหมายถึงว่า จำนวนผู้ยื่นเอกสารขอกู้สินเชื่อประมาณ 60% หรือมากกว่าครึ่ง “ยื่นกู้ซื้อบ้านแล้วไม่ได้รับอนุมัติ” จะเรียกกันง่าย ๆ ว่า โดนเทนั่นเองครับ

แต่การโดนเทนั้นย่อมมีเหตุผล ที่มาที่ไป บทความนี้ จะพาผู้อ่านมาเจาะลึกรายละเอียดที่อาจเป็นจุดอ่อนทำให้ธนาคารไม่พิจารณาปล่อยสินเชื่อบ้าน ซึ่งบางอย่างเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงหรืออาจจะมองข้ามไป หากทำการบ้านได้ดีแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้ออกไปได้ การยื่นกู้ครั้งต่อไปก็จะสานฝันให้คนอยากมีบ้านสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นครับ

สนับสนุนโดยKTB

ขอกู้บ้านให้ผ่านง่าย

1. ต้องมีประวัติหนี้ที่ตรวจสอบได้

หลายคนอาจจะงงกับข้อนี้ ด้วยความคิดที่เชื่อว่า “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” จึงไม่นิยมสร้างหนี้และใช้เงินสดในการซื้อสินค้า และคิดว่าการไม่มีประวัติหนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดครับ เพราะในมุมมองของธนาคารนั้น จะต่างออกไปจากบุคคลทั่วไป คือสถาบันการเงินต้องการความมั่นใจในความสามารถในการชำระคืนเงินและอุปนิสัยทางการเงินของผู้กู้ ว่าปฏิบัติตามสัญญาได้ดีแค่ไหน หากผู้ยื่นไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยขอสินเชื่อหรือผ่านชำระหนี้ใดมาก่อน ทำให้ธนาคารสืบค้นประวัติความรับผิดชอบในการจ่ายคืนไม่ได้ ธนาคารจะเห็นเป็นความเสี่ยง ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับการอนุมัติเช่นกัน ทั้งนี้คำว่า “สินเชื่อ” พรบ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (เครดิตบูโร) ไม่ได้จำกัดแค่สินเชื่อส่วนบุคคล แต่ยังรวมไปถึงสินเชื่อรถ สินเชื่อเงินสด การเช่าซื้อรถยนต์ ประวัติการค้ำประกัน การซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งข้อมูลเครดิตบูโรจะแสดงข้อมูลในส่วน “หนี้สิน” เท่านั้น แต่จะไม่แสดงข้อมูลด้าน “ทรัพย์สิน”

ข้อเสนอแนะ : สำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติทางการเงินเลย ลองทำบัตรเครดิตผ่อนจ่ายสินค้าบ้าง และชำระให้ตรงเวลา เมื่อมีเครดิตดี มีโอกาสผ่านก็จะสูงขึ้น หรือจะใช้วิธี “การกู้ร่วม” เป็นการเพิ่มเครดิต เพิ่มฐานรายได้ให้กับผู้กู้ สามารถกู้ร่วมได้ไม่เกิน 2-3 คน ซึ่งผู้ที่สามารถทำเรื่องกู้ร่วมกับเราได้ แต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขกำหนดเอาไว้ ซึ่งโดยปกติจะต้องเป็นพ่อ แม่ พี่น้องสายเลือดเดียวกัน มีนามสกุลตรงกัน  เป็นสามีภรรยากัน เป็นต้น

2. ไม่มีวินัยทางการเงินรับรองว่าโดนเท

วินัยทางการเงินของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่ธนาคารจะใช้พิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ ซึ่งจริง ๆ ข้อนี้ก็เกี่ยวข้องกับข้อที่ 1 หลังจากธนาคารได้รับข้อมูลส่วนหนึ่งได้จากการใช้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด รวมทั้งการทำธุรกรรมกับทางสถาบันการเงินต่างๆ หากคุณมีประวัติดี ไม่เคยค้างชำระ จ่ายตรงเวลา จัดว่าเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินดี หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า มีเครดิตที่ดี การขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านก็มีโอกาสผ่านได้แบบสบายๆ

ข้อเสนอแนะ: ถ้าต้องการกู้เงินสร้างบ้านต้องปรับเปลี่ยนนิสัยด้านการเงินให้ดีขึ้นและสร้างประวัติให้น่าเชื่อถือ เช่น  ไม่เปลี่ยนงานบ่อยจนผิดปกติ ชำระหนี้ค้างให้หมด  กรณีผ่อนสินค้าใด ๆ ให้ชำระค่างวดอย่างสม่ำเสมอ

3. ที่มาของเงินไม่ชัดเจนก็ไม่ผ่านนะ

อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การมีเงินเก็บออมสำรองไว้ยามฉุกเฉินอย่างน้อย 20% ของราคาบ้าน เพื่อไว้จ่ายเป็นเงินค่าดาวน์บ้าน และเป็นหลักประกันให้สถาบันการเงินเชื่อว่าอย่างน้อยๆ ก็ยังมีเงินออมตรงนี้ในการผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน แต่เดี๋ยวก่อน ทราบหรือไม่ว่าถึงจะมีเงินเดือนสูง ตัวเลขเงินเก็บในธนาคารก็มาก แต่หลายกรณี ทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติ นั่นอาจจะเป็นเพราะธนาคารจะให้ความสำคัญกับที่มาของเงินที่ต้องชัดเจนครับ

ในบางกรณีพนักงานเงินเดือนไปขอสินเชื่อจากธนาคาร โดยยื่นสมุดบัญชีที่มีตัวเลขเงินออมเยอะ แต่ที่มาของเงินไม่ชัดเจนก็อาจจะไม่ได้รับการอนุมัติ เช่น รับเงินเดือนเป็นเงินสด หรือการโอนเงินผ่านธนาคารโดยไม่ผ่านระบบ Pay Roll ก็จะถือเป็นการได้รับเงินสดเช่นกัน ทั้งนี้ธนาคารหลายแห่งไม่ได้ซีเรียสกับระบบ Pay Roll ขอแค่มีสลิปเงินเดือนมายืนยัน หรือรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง (Statement) เพื่อให้ธนาคารเช็คดูว่า บริษัทมีการโอนเงินเข้าบัญชีตามวันที่และจำนวนตรงตามที่ระบุไว้ในสลิปเงินเดือน ก็ทำให้ธนาคารมั่นใจได้แล้วว่าคุณได้รับเงินเดือนจากบริษัทนี้จริงๆ

สำหรับคนที่ประกอบอาชีพส่วนตัวก็เช่นกัน ต้องแสดงเอกสารที่มาของรายได้ให้ตรงกับยอดที่เข้าบัญชีแต่ละครั้ง เอกสารแสดงรายได้ที่สำคัญของผู้ประกอบอาชีพอิสระ ได้แก่ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ  50 ทวิ หลักฐานการเสียภาษี (สำคัญมาก) และ Statement ที่แสดงให้เห็นว่ามีรายได้เข้าสม่ำเสมอ เป็นต้น

4. ความมั่นคงของรายได้ คือสิ่งที่ต้องมี

เพราะการกู้บ้านต้องผ่อนในระยะยาว ถ้าเราไม่มีความมั่นคงทางการเงินก็ยากที่จะผ่านการอนุมัติ สถาบันการเงินจะพิจารณาประกอบหลาย ๆ ประการ เริ่มจากลักษณะงานว่ามีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงรายได้หรือไม่ ความมั่นคงของบริษัทที่ทำงาน มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ จำนวนพนักงาน จำนวนปีที่เข้าทำงาน การรับเงินเดือนผ่านระบบไหน เปลี่ยนงานบ่อยหรือไม่ ทั้งนี้ธนาคารจะดูไปจนถึงความสม่ำเสมอของรายรับต่อเดือนด้วย หากรายได้เข้าอย่างตรงเวลา ไม่มา ๆ หาย ๆ และมีการเคลื่อนไหวของบัญชีบ้างแต่ไม่ใช่เงินเข้าปุ๊บถอนออกหมดปั๊บ เพื่อให้เห็นว่ามีการใช้จ่ายจริง อย่าปล่อยเงินนิ่ง ๆ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวเลย ก็จะทำให้ได้รับการอนุมัติการกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น

5. รายได้เหมาะสมกับราคาบ้าน ดูแล้วผ่อนไหว

การเลือกซื้อบ้านต้องพิจารณาวงเงินกู้  ราคาบ้าน รายได้ และความสามารถชำระหนี้ประกอบกัน เพราะทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน ถ้าราคาบ้านของเราเหมาะสมกับรายได้ ทางสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้สินเชื่อบ้านก็จะสบายใจและปล่อยกู้ซื้อบ้านให้ง่ายขึ้น ซึ่งหนี้ผ่อนบ้านที่เหมาะสมเเละไม่เป็นภาระหนักเกินไปคือ ไม่ควรเกิน 30% – 40% ของเงินเดือนหรือรายได้ ในขั้นตอนนี้ผู้ขอกู้สามารถเช็คเบื้องต้นได้ด้วยการเข้าเว็บไซต์ของธนาคาร หรือเดินตรงเข้าไปสอบถามที่ธนาคารสาขาใกล้บ้าน ว่ารายได้ที่เรามีสามารถผ่อนบ้านได้ราคาเท่าไหร่ หากคำนวณแล้วพบว่า ภาระหนี้ที่มีทั้งหมดเมื่อรวมกับค่าผ่อนบ้านใหม่แล้ว ไม่เกินแน่ๆ โอกาสจะได้รับการอนุมัติเมื่อยื่นกู้ซื้อบ้านก็มีสูง

อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นกู้ควรมีเงินสำรองเอาไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดในอนาคต และจัดการการเงินให้ครอบคลุมเงินค่างวดที่ต้องจ่าย โดยยังพอมีเหลือไว้สำหรับใช้จ่ายประจำวันสบาย ๆ เพราะหากธนาคารมองว่าเงินที่เหลือจากการผ่อนชำระไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ก็มีสิทธิ์ไม่ได้รับการอนุมัติเช่นกันครับ ดังนั้นจุดอ่อนในข้อนี้ทางแก้ปัญหาที่ดีคือ ลองตัดใจเลือกสเป็คบ้านที่อาจจะชอบน้อยลงหน่อยในราคาต่ำลง  หรือเก็บเงินเพิ่มขึ้นอีกสักนิด หาผู้กู้ร่วมก็ช่วยแก้ปัญหาได้เช่นกันครับ

6. แบบบ้านต้องพร้อม BOQ ต้องครบ

การกู้เงินสร้างบ้าน จะแตกต่างจากกู้ซื้อบ้าน นอกจากต้องเตรียมเอกสารทางการเงินให้ครบแล้ว จะต้องมีแบบบ้าน ใบอนุญาตก่อสร้าง และ BOQ (รายการวัสดุและค่าแรง) ไปให้ธนาคารประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งยอดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จาก BOQ เปรียบเสมือนยอดซื้อบ้านนั่นเองครับ ทางธนาคารจะใช้ BOQ เพื่อประเมินราคาบ้านว่า มีความสัมพันธ์กับวงเงินกู้หรือไม่

ตัวอย่าง BOQ

ตัวอย่าง BOQ

7. ธนาคารนี้เท “อย่าท้อ” เดินหน้าลุยหาใหม่

หากยื่นเอกสารขอสินเชื่อบ้านไปแล้ว แต่ผลปรากฏว่า โดนเท ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินไปว่า จะไม่มีโอกาสได้กู้ซื้อบ้านอีกแล้วนะครับ เพราะเงื่อนไขและการพิจารณาของแต่ละธนาคารนั้นมีความแตกต่างกัน เอกสารบางอย่างธนาคารหนึ่งอาจเน้นเป็นพิเศษ ในขณะที่อีกธนาคารอาจจะไม่สนใจเลยก็เป็นได้ ให้ลองติดต่อไปยังธนาคารอื่น ๆ ดูก่อนครับ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องพึงระลึกเอาไว้เสมอคือ “พนักงานสินเชื่อจะช่วยแก้ปัญหาให้เรายื่นกู้ได้สำเร็จ” นั่นเป็นเพราะพนักงานสินเชื่อเป็นบุคคลคลุกคลีกับการขอสินเชื่อทุก ๆ วัน ได้เรียนรู้เคสที่ยื่นกู้ผ่านและไม่ผ่านมามากมาย ย่อมมีความพร้อมให้คำแนะนำ ช่วยหาจุดบกพร่องว่าผู้ขอกู้ยังขาดตกในเรื่องใด และต้องกลับไปเตรียมตัวเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง


สินเชื่อกรุงไทยบ้านแสนสะดวก

สำหรับใครที่ตรวจเช็คคุณสมบัติ ทั้งความสามารถในการผ่อนชำระ หนี้สินเดิม แล้วขจัดจุดอ่อนทุกอย่างพร้อม ก็เดินหน้าขอคำปรึกษาการยื่นกู้ขอสินเชื่อบ้านดีๆ ซึ่งช่วงนี้ธนาคารกรุงไทยก็มีตัวเลือกสินเชื่อบ้าน จ่ายน้อย ผ่อนได้นาน เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมกับ 3 Products

สินเชื่อกรุงไทยบ้านแสนสะดวก

กู้ซื้อบ้านง่าย สานฝันของทุกคนให้เป็นจริง ไม่ต้องกลัวว่า การกู้ซื้อบ้านเป็นเรื่องยาก เพียงแค่คุณมีเงินเดือนประจำ หรือเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวที่มีรายได้เพียงพอก็กู้ได้ โดยมีคุณสมบัติคือ มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน ก็ยื่นขอกู้โดยใช้บ้านที่ต้องการซื้อเป็นหลักประกัน ระยะเวลาในการกู้ได้สูงสุดถึง 30 ปี ให้อิสระในการเลือกกู้ซื้อที่อยู่ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกู้ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือกู้ซื้อที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้าน ด้วยอัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.25%  รายละเอียดเพิ่มเติม

สินเชื่อบ้านกรุงไทยผ่อนสบาย

สินเชื่อบ้านกรุงไทย…ผ่อนสบาย

สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยเบาๆ ผ่อนง่ายๆ ผ่านบัตร KTC ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือเจ้าของกิจการส่วนตัว ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป  ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน มีรายได้เพียงพอที่จะผ่อนชำระ ก็ยื่นกู้เงินซื้อบ้านได้ พิเศษสุดกับอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.99% นานถึง 9 เดือน จ่ายง่ายๆ ผ่านบัตร KTC ตัดจ่ายได้ทุกเดือน หากมีเงินก้อนอยากปิดบัญชีกู้เงินซื้อบ้านก่อนกำหนดก็ทำได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม (ยกเว้นรีไฟแนนซ์ไปสถาบันการเงินอื่น) รายละเอียดเพิ่มเติม

สินเชื่อกรุงไทย Home for cash

สินเชื่อ Home For Cash

เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ผู้กู้สามารถนำ “ที่อยู่อาศัย” มาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ สำหรับนำไปใช้จ่ายตามความต้องการทั่วไป เช่น นำไปชำระเบี้ยประกันชีวิตได้ หรือจะกู้เพื่อตกแต่งบ้าน กู้เงินต่อเติมบ้าน เลือกกู้ได้ตามใจทั้งแบบวงเงินหมุนเวียน และกำหนดระยะเวลา ให้วงเงินตามความจำเป็นและความสามารถในการจ่ายหนี้เงินกู้รายละเอียดเพิ่มเติม

สินเชื่อบ้านกรุงไทย

รู้หรือไม่! วันนี้ KTB มีบริการ iBangking หรือ Mobile Banking ผ่านแอปฯ Krungthai NEXT ซึ่งจะมาเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในทุก ๆ ธุรกรรมการเงินของคุณ ง่าย ๆ ผ่านมือถือ รวมทั้งในเรื่องชำระเงินกู้จากสินเชื่อต่าง ๆ มาสรุปสิ่งที่ แอปฯ Krungthai NEXT ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องธุรกรรมการเงินดังนี้

เพราะ “บ้าน” เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ที่จะสร้างรากฐานอันมั่นคงให้สมาชิกครอบครัวในอนาคต แต่การยื่นขอสินเชื่อสำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์อาจจะเป็นเรื่องยาก แวะมาปรึกษาที่ธนาคารกรุงไทย ที่มีทีมเจ้าหน้าที่พร้อมยินดีให้คำแนะนำ ติดตามอย่างใส่ใจทุกขั้นตอน ทำให้เรื่องบ้านหนัก ๆ กลายเป็นเรื่องเบา ๆ  ผู้อ่านท่านใดสนใจสินเชื่อบ้านกับกรุงไทย สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่

เว็บไซต์www.ktb.co.th | FanpageKTB Care | Call Center: 02 111 1111

คุณคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ ?

Advertorial

ดูทั้งหมด

โพสต์ล่าสุดในหมวด Advertise


โพสต์ล่าสุด